ความมันที่น่าติดตาม

วันก่อนจำได้ว่าเคยเขียนเกี่ยวกับทีมเจ้าบุญทุ่มสำหรับวงการฟุตบอลบ้านเราไปแล้วครั้งหนึ่ง ทีมที่ว่านั้นก็คือ "กว่างโซ้งมหาภัย" สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด พวกเขาถูกยกให้เป็นอีกสโมสรที่จะประสบความสำเร็จถูกยกให้เป็นบิ๊กทีมอีกสโมสรที่ก้าวขึ้นมาทาบรัศมีขาประจำของลีกไทยไม่ว่าจะเป็น "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด รวมไปถึง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ปีนี้ถือเป็นปีทองหรือเรียกว่าเป็นช่วงขาขึ้นของทีมดังจากดินแดนล้านนาทีมนี้เลยก็ว่าได้

  ด้วยความพร้อมในทุกๆ มิติทั้งในแง่ส่วนการบริหารที่ครบวงจร บวกกับงบประมาณและการเตรียมความพร้อมในฤดูกาลนี้ก็ทำได้ชนิดที่เรียกว่าไม่เป็นสองรองใคร นั้นทำให้พวกเขาเป็นทีมที่ไม่มีใครกล้าประมาท 
    
    มาถึงตอนนี้ฟุตบอลลีกก็ปิดฉากลงใกล้จะร้อยเปอร์เซ็นต์เหลือเพียงอีกแค่ 1 เกมเท่านั้นก็จะสิ้นสุดฤดูกาล ความสำเร็จในการทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยใหญ่สองรายการ ทั้ง โตโยต้า ลีกคัพ 2017 หลังจากจัดการปราบ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ไปได้ 1-0 เข้าไปชิงดำกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คู่ปรับเก่าที่ สิงห์ เชียงราย เพิ่งปราชัยคาบ้านไปในเกมล่าสุดด้วยประตูชัยของ เฮเบอร์ตี้ แฟร์นันเดส 
    
    ขณะที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เอง มาถึงชั่วโมงนี้ต้องบอกว่าเบาใจลงไปพอสมควร จากชัยชนะเหนือ สิงห์ เชียงราย นั้นทำให้พวกเขาการันตีการเข้าไปเล่นในฟุตบอลถ้วยใบใหญ่ของเอเชีย ในปีหน้าแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มแล้ว เรียกว่ายกภูเขาออกจากอกไปได้ระดับหนึ่ง 
    
    ทว่าปัญหาผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บ เท่าที่จำได้ ก็มี ทริสตอง โด ที่กระดูกนิ้วเท้าแตก คงหมดสิทธิ์ลงไม่ทัน ส่วนในรายของ "เจ้าเก่ง" อดิศร พรหมรักษ์ ที่ล่าสุดเห็น กระเตงไม้ค้ำไปเชียร์ สวนกุหลาบ สถาบันเก่าในศึก จตุรมิตร ก็ไม่รู้ว่าจะหายกลับมาประจำการได้หรือไม่ นี่คือปัญหาที่น่าหนักใจไม่น้อยสำหรับ กิเลนผยอง 
      
    ส่วนรายการ ช้าง เอฟเอ คัพ มี แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมร่วมไทยลีกยืนรอเป็นปราการด่านสุดท้าย ซึ่งเป็นรายการที่สำคัญ เพราะผู้ชนะจะได้สิทธิ์เข้าไปเล่นฟุตบอลถ้วยของทวีปเอเชียด้วย  คู่ชิงระหว่าง แบงค็อก ยูไนเต็ด และ สิงห์ เชียงราย ซึ่งในมุมมองดูแล้วคู่นี้มีความสำคัญมากกว่า 
    
    ก็อย่างที่เกริ่น ผู้ชนะ จะได้สิทธิ์เข้าไปเล่นฟุตบอลถ้วยของทวีป ซึ่งทั้ง แบงค็อก  และ เชียงราย ต่างก็ถวิลหาด้วยกันทั้งคู่ โดยเฉพาะ สิงห์ เชียงราย ที่ต้องการสร้างประวัติศาตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสรตัวเอง หากให้เลือกความสำคัญ มองว่า สิงห์ เชียงราย น่าจะทุ่มให้กับรายการนี้เป็นพิเศษ 
    
    อย่างไรก็ตามด่านทดสอบดังกล่าว ก็ไม่ใช่งานที่ง่าย เพราอย่างที่ทราบคู่แข่งของพวกเขาล้วนแล้วแต่หินทั้งหมด แบงค็อก ยูไนเต็ด มีเกมรุกที่ยอดเยี่ยม ประมาทไม่ได้อย่างยิ่วยวด หากเผลอเป็นโดนสองหน่อ ทั้ง มาริโอ ยูรอฟสกี้ และ บอสโควิช เล่นงานแน่นอน ส่วน เอสซีจี เมืองทอง ไม่ต้องพูดถึงประสบการณ์ผู้เล่นเต็มเปี่ยม เรียกว่าเป็นงานที่ไม่ง่ายเลยสำหรับ สิงห์ เชียงราย ทั้งสองรายการและที่สำคัญจะต้องลงเล่นในระยะเวลาห่างกันเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น ถือเป็นบททดสอบด่านสำคัญของทีมดังจากดินแดนล้านนา 
 
    โตโยต้า ลีกคัพ แข่งขันในวันพุธที่ 22 พฤศจิกายน 2560 เวลา 19.00 น. ณ สนามศุภชลาศัย ส่วนในรายการ ช้าง เอฟเอ คัพ ในวันที่ 25 พ.ย นี่คือความสนุกที่รอคอยพวกเราแฟนบอลชาวไทยอยู่ .......

โพสต์โดย lnwJim : 14 พฤศจิกายน 2560 อ่าน 139 ครั้ง